ระบบ Help desk คืออะไร? มีประโยชน์อย่างไร?

ระบบ Help desk คืออะไร? มีประโยชน์อย่างไร?

ระบบ Help desk หรือ ซอฟต์แวร์ Help desk เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถดูแลลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า การติดตามการขาย การจัดการกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับลูกค้าแต่ละคน เก็บบันทึกช่องทางการติดต่อกับลูกค้า ส่งคำแนะนำในการใช้งานผลิตภัณฑ์ หรือจะเป็นการส่งโปรโมชั่นใหม่ให้กับลูกค้าที่มีความต้องการแตกต่างกันไป เป็นต้น

ในปัจจุบันช่องทางที่บริษัทหรือองค์กรใช้สำหรับติดต่อสื่อสารกับลูกค้าส่วนใหญ่จะมีมากกว่า 2 ช่องทางขึ้นไปอย่างแน่นอน ก็คืออีเมล และเบอร์โทรศัพท์ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่เปิดกิจการมานาน หรือบริษัทที่เปิดใหม่ ซึ่งสองช่องทางนี้เป็นที่นิยมมากในสมัยก่อน แต่เมื่อเราเข้าสู่ในยุคดิจิทัลช่องทางสำหรับติดต่อสื่อสารกับลูกค้าได้เพิ่มมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น Facebook Youtube หรือ Twitter เป็นต้น บริษัทหรือองค์กรจึงต้องปรับตัวตามเทคโนโลยีที่ลูกค้าใช้ในแต่ละยุคให้ทัน

การบริหารจัดการช่องทางติดต่อสื่อสารกับลูกค้าที่มีมากมายในยุคนี้เข้าด้วยกัน เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการตอบคำถามของลูกค้า เรียกง่ายๆ ว่าระบบ Help desk นั่นเอง

สารบัญ

 

ประวัติของระบบ Help desk

ถ้าพูดถึงประวัติของระบบหรือซอฟต์แวร์ Help desk แล้วนั้น เราต้องย้อนกลับไปถึงศตวรรษที่ 20 กันเลยทีเดียว เมื่อธุรกิจต้องอาศัยการติดต่อสื่อสารกันเพื่อแก้ไขปัญหาของลูกค้าแต่ละรายที่แตกต่างกันออกไป โดยที่ลูกค้าต้องนำสินค้าที่มีปัญหาเข้าไปสอบถามหรือขอคำแนะนำที่สำนักงานเท่านั้น แต่เมื่อมีการคิดค้นโทรศัพท์เกิดขึ้นในปี ค.ศ.1876 หรือเมื่อ พ.ศ.2419 และตู้โทรศัพท์สาธารณะในช่วง ค.ศ.1890 ทำให้การติดต่อสื่อสารของลูกค้ากับธุรกิจเข้าถึงได้ง่ายขึ้น บริษัทจึงต้องมีพนักงานตอบคำถามทางโทรศัพท์เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ให้กับลูกค้า

 

ในระหว่างศตวรรษที่ 20 นี้เองที่มีการพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆ ขึ้นเพื่อช่วยในการทำงาน ยกตัวอย่างเช่น เครื่องอัดเสียง (Dictation machines), เครื่องพิมพ์ดีด (Typewriters), เครื่องปลายทางใบ้ (Dumb terminal) ซึ่งใช้งานกับเครื่องเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่อง Dumb terminal คลิกที่นี่ เป็นต้น โดยอุปกรณ์ทั้งหมดนี้ถูกนำมาใช้สำหรับการรับเรื่องปัญหาต่างๆ ของลูกค้า ซึ่งการใช้คอมพิวเตอร์ในการบริการลูกค้าครั้งแรกนั้นใช้งานผ่านซอฟต์แวร์แมนเฟรม โดยให้ลูกค้าส่งแบบฟอร์มาที่เป็นกระดาษ หรือติดต่อเข้ามาทางโทรศัพท์กับฝ่ายบริการลูกค้าเพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหากันต่อไป

ในปี ค.ศ.1960 บริษัทต่างๆ ได้เริ่มจัดตั้งศูนย์บริการและจัดอบรมพนักงานเพื่อการบริการสอบถามข้อมูลของลูกค้าอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น นี่คือยุคของระบบตอบรับอัตโนมัติ (Interactive voice response : IVR) ซึ่งต่อมาระบบตอบรับอัตโนมัตินี้ได้กลายเป็นระบบพื้นฐานทางโทรศัพท์สำหรับการบริการลูกค้า ต่อมาเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือ PC ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้การส่งอีเมลได้รับความสนใจมากขึ้นในระบบ Help desk ลูกค้าหันมาใช้อีเมลในการแจ้งปัญหาของตนโดยไม่ใช้แบบฟอร์มที่เป็นกระดาษอีกต่อไป พนักงานฝ่ายช่วยเหลือนั้นสามารถอัปเดตสถานะและรายละเอียดผ่านอีเมลได้รวดเร็วกว่าช่องทางอื่นนั่นเอง

แต่การนำระบบ help desk มาใช้งานกันอย่างจริงจังนั้นเริ่มขึ้นในปี ค.ศ.1980 เมื่ออินเตอร์เน็ตได้เปิดให้ใช้งานแบบสาธารณะแล้วนั่นเอง โดยหลายบริษัทเริ่มจ้างฝ่ายบริการลูกค้าเป็นของตนเอง สิ่งนี้นำไปสู่การใช้อีเมลและระบบพูดคุยแบบสด (Live chat) ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในยุค 90

การประดิษฐ์ซอฟต์แวร์สำหรับระบบ Help desk นั้นเริ่มขึ้นในปี ค.ศ.2000 เป็นต้นมา เมื่อบริษัทเริ่มใช้ซอฟต์แวร์ประเภทต่างๆ ในการจัดการกับปัญหาด้านการให้บริการลูกค้า ซึ่งนำไปสู่การผลิตซอฟต์แวร์ Help desk แบบต่างๆ ที่สามารถใช้งานผ่านทางอินเตอร์เน็ตและสามารถใช้งานได้ทั่วโลกเกิดขึ้น ในปัจจุบันระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตทำให้การบริการลูกค้าผ่านทางระบบ Help desk สามารถช่วยแผนกบริการลูกค้าให้สามารถส่งข้อมูลข่าวสารและติดตามปัญหาที่เกิดขึ้นกับลูกค้าได้อยางรวดเร็วและง่ายขึ้น

ลักษณะทั่วไปของระบบ Help desk

ระบบ Help desk
ระบบ Help desk เป็นซอฟท์แวร์ที่ฝ่ายบริการลูกค้าใช้ในการให้บริการแก่ลูกค้าในหลากหลายช่องทาง โดยทั่วไปจะประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลักๆ ด้วยกัน คือ ระบบการจัดการ Ticket (Ticket Management), ระบบการทำงานอัตโนมัติ (Automation Suite), และระบบการรายงานผล หรือการเพิ่มประสิทธิภาพ (Reporting/Optimization)

ระบบ Help desk มีช่องทางการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าหลากหลาย เพื่อให้ลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้า สอบถามปัญหาต่างๆ ได้อย่างสะดวก ซึ่งเมื่อลูกค้าติดต่อเข้ามาทางใดทางหนึ่ง ระบบ Help desk จะแปลงคำถามเหล่านั้นเป็น Ticket ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามผล และแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าได้ง่าย และรวดเร็วมากขึ้นนั่นเอง นอกจากนี้ยังสามารถรวบรวมปัญหาและคำตอบซ้ำๆ ที่ได้รับจากลูกค้า ไว้เป็นฐานข้อมูลสำหรับลูกค้ารายอื่นๆ ที่มีปัญหาแบบเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น หน้าคำถามที่พบบ่อย (FAQs) หรือบทความแนะนำ (Guide Articles) เป็นต้น

สำหรับระบบ Help desk ระดับสูงนั้นจะมีฟังก์ชั่นที่สามารถช่วยงานของธุรกิจได้เป็นอย่างดี ยกตัวอย่างเช่น ระบบสนทนาออนไลน์ (Online chat), การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (insights and analytics), กระบวนการอัตโนมัติ (automated processes), การติดต่อสื่อสารแบบหลายช่องทาง (multiple contact channels), เครื่องมือสำหรับการรายงานผล (reporting tools), เครื่องมือสำหรับการทำงานร่วมกันของทีมงาน (collaboration tools), และรวมคุณลักษณะของระบบ CRM ไว้ด้วยเป็นต้น

ประเภทของระบบ Help desk

ในปัจจุบันนี้ซอฟต์แวร์ Help desk ถูกจำแนกตามการใช้งาน ขนาดของธุรกิจ ผู้ใช้งาน และประเภทของภาษาที่ใช้ในการเขียน ดังนี้

  • ระบบ Help desk ที่ใช้งานผ่านเว็บ (Web help desk software)
  • ระบบ Help desk ที่ติดตั้งไว้ที่ Server ขององค์กรเอง (On-premises help desk software)
  • ระบบ Help desk ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับองค์กรนั้นๆ (Enterprise help desk software)
  • ระบบ Help desk ที่สามารถนำไปพัฒนาต่อได้ (Open-source help desk software)
  • ระบบ Help desk ที่ติดตั้งไว้ที่ Server ของบริษัทที่ให้บริการ (Cloud based help desk software)

ซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่ที่ใช้งานกันอยู่ในปัจจุบันนั้นจะจัดอยู่ในประเภทใดประเภทหนึ่งที่กล่าวมาข้างต้นนั่นเอง

ระบบ Help desk

แนวโน้มการใช้ระบบ Help desk ในปัจจุบัน

การใช้งานซอฟต์แวร์ผ่าน Web Browser หรือที่เรียกว่า Web-based Software นั้นเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน ซึ่งระบบนี้เป็นการติดตั้งระบบ Help desk ไว้ที่ Server ของบริษัทที่ให้บริการ เนื่องจากความง่ายในการใช้งาน ต้นทุนต่ำ ไม่จำเป็นต้องลงทุนตั้ง Server ไว้ในองค์กร ไม่ต้องคอยดูแลจัดการปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับ Server ขององค์กรเอง อีกทั้งยังสามารถใช้งานได้ทุกที่ ทุกอุปกรณ์ โดยในรุ่นใหม่ๆ ของระบบ Help desk นั้นจะสามารถปรับปรุงหรือการอัปเดรดแบบเรียลไทม์ (real-time updates) และการเข้าถึงแบบระยะไกล (remote desktop access) มาให้อีกด้วย

ช่องทางติดต่อสื่อสารด้วย Social network นั้นถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายเนื่องจากมีการโต้ตอบกันอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงในการติดต่อช่วยเหลือในด้านต่างๆ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการบริหารจัดการช่องทางการติดต่อสื่อสารที่ลูกค้าใช้งานทั้งหมด เพื่อความสะดวกของตัวลูกค้านั่นเอง

แนวโน้มการใช้ระบบ Help desk ในอนาคต

ด้วยการเพิ่มขึ้นของการพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับระบบ Help desk อย่างมากในเวลาที่ผ่านมานั้น บริษัทต่างๆ ได้รับประโยชน์จากระบบนี้มากขึ้น การคาดการต่อไปนี้จะเป็นส่วนช่วยในการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการออกแบบซอฟต์แวร์

  • การแจ้งผ่าน Ticket เร็ว และละเอียดขึ้น
  • การใช้งานผ่านระบบ Cloud computing
  • การสนับสนุนการใช้งานผ่านอุปกรณ์ได้หลากหลายมากขึ้น
  • การใช้งานผ่านการ Remote access มากขึ้น

สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้การใช้งานระบบ Help desk ได้ง่ายและสามารถบริการตนเอง (Self-service) ได้ดียิ่งขึ้น

ประโยชน์ของระบบ Help desk

  • ระบบ Help desk สามารถช่วยจัดการกับฐานข้อมูลที่ซับซ้อนของลูกค้าได้ดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งปัญหาจากลูกค้า ข้อมูลส่วนตัวเบื้องต้น ประวัติการโทรของพนักงานกับลูกค้า การบันทึกวิธีการการแก้ปัญหา รวมถึงระดับความพึงพอใจต่อการรับบริการด้วย
  • การใช้เมลล์ในการแก้ปัญหาให้กับลูกค้าจะทำให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว และสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใดก็ตาม
  • ซอฟต์แวร์ Help Desk สามารถจัดประเภทและจัดลำดับความสำคัญของ Ticket ที่ได้รับ รวมถึงการแจ้งเตือนและการจัดการสถานะของ Ticket ต่างๆ ได้อย่างอัตโนมัติ ทำให้พนักงานสามารถแก้ปัญหาของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

ระบบ Help desk ที่ใช้ระบบคลาวด์ (Cloud) จะมีระบบรักษาความปลอดภัยมาให้ด้วย และยังเป็นไปตามมาตรฐานต่างๆ ที่แต่ละประเทศกำหนดขึ้น เช่นข้อกำหนดของ HIPAA ของสหรัฐฯ หรือข้อกำหนดของ GDPR ของสหภาพยุโรปอีกด้วย

ข้อเสียของระบบ Help desk

แม้ระบบ Help desk จะมีข้อดีอยู่มากมาย แต่ก็ยังมีข้อเสียอยู่บ้างเช่นกัน

  • ซอฟต์แวร์ Help desk หลายเจ้ามีค่าใช้จ่ายล่วงหน้าที่สูงขึ้นตามระยะเวลาที่ใช้งาน ซึ่งอาจทำให้บริษัทสูญเสียงบประมาณไปเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่จะมีตัวเลือกในการทดลองใช้ ซึ่งซอฟต์แวร์เหล่านี้มักใช้งานยากและต้องการการเวลาในการเรียนรู้ โดยเฉพาะการนำซอฟต์แวร์เหล่านี้ไปใช้กับบริษัทหรือองค์กรขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังเป็นการยากที่จะประเมินปริมาณของ Ticket ที่ใช้งานจริงในช่วงเวลาสั้นๆ
  • ระบบ Help desk ที่ติดตั้งไว้ที่ Server ขององค์กรเอง (On-premises help desk software) อาจมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการบำรุงรักษา หรือการอัปเกรด Server อีกหนึ่งปัญหาสำคัญก็คือการหยุดทำงานของ Server ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะเป็นปัญหาขององค์กรที่นำระบบไปติดตั้ง ไม่ใช่ปัญหาของผู้ให้บริการระบบนั่นเอง
  • ระบบ Help desk แบบคลาวด์ (Cloud based help desk software) อาจมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นเมื่อมีการใช้งานที่ยาวนาน ด้วยระบบคลาวด์นี้จำเป็นต้องใช้อินเตอร์เน็ตในการเชื่อมต่อเพื่อใช้งาน ทำให้ผู้ใช้งานที่ไม่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตมีปัญหาเกิดขึ้นได้ หรือปัญหาจากการขัดข้องจากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตก็อาจทำให้ระบบดังกล่าวไม่สามารถใช้งานได้เช่นกัน

ปัญหาต่างๆ ที่กล่าวมานั้นสามารถแก้ไขได้ด้วยการทำวิจัย และการวางแผน เพื่อหาสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการนำระบบ Help desk แบบใดแบบหนึ่งมาใช้กับบริษัทหรือองค์กรของคุณนั่นเอง

ที่มา- Wikipedia

 

Close Menu

iOS Developer (Junior/Senior)  (2 อัตรา) 

Post Date : 9/10/2561

จำนวน2 อัตรา
เงินเดือนตามความสามารถ
รายละเอียดงาน– พัฒนา Mobile Application สำหรับ iOS เพื่อให้บริการธุรกิจประเภทโปรแกรมสำนักงาน และมีการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล
– วางแผนการพัฒนา Mobile Application ของ Project ที่ได้รับมอบหมายภายใต้กรอบระยะเวลาที่กำหนด
– พัฒนา Mobile Application บน iOS บน Mobile Device แบบ Native Application

คุณสมบัติ– มีประสบการณ์ในการพัฒนา Mobile Application 0-2 ปี
– สามารถพัฒนา Mobile Application ด้วยภาษา Swift
– สามารถให้คำแนะนำและการตัดสินใจเลือกใช้ technology, framework ใหม่ๆ
– มีความสามารถด้านการวิเคราะห์ Problem Solving Skill หรือ Algorithm
– มีประสบการณ์ใช้ Git source control
– หากเพิ่งเรียนจบ ควรเคยทำ Project ที่เป็นการพัฒนา Mobile Application บน iOS มาก่อน
– พร้อมมีตัวอย่างผลงาน หรือ Portfolio ของผลงาน

สถานที่ปฏิบัติงานสำนักงานใหญ่ บางเขน กรุงเทพมหานคร
วิธีการสมัครสมัครด้วยตนเอง หรือ สมัครผ่านเว็บไซต์

แบบฟอร์มติดต่อเรา

*กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อความรวดเร็วในการติดต่อกลับ

Android Developer (Junior/Senior)  (1 อัตรา) 

Post Date : 19/09/2561

จำนวน1 อัตรา
เงินเดือนตามความสามารถ
รายละเอียดงาน– พัฒนา Mobile Application สำหรับ iOS (Swift) และ Android (Java หรือ Kotlin) เพื่อให้บริการธุรกิจประเภทตั๋วรถโดยสาร และมีการเชื่อมต่อกับแผนที่ (map) เชื่อมต่อกับ JSON ในรูปแบบ Native Mobile Application
– วิเคราะห์และออกแบบระบบให้สามารถทำตาม Requirement
– เขียน Backend สำหรับ Mobile Application Developer
– ทำงาน Coordinate กับหัวหน้างาน
– Report to manager
คุณสมบัติ1. จบการศึกษาปริญญาตรีหรือสูงกว่า ในสาขา วิทยาการคอมพิวเตอร์, เทคโนโลยีสาระสนเทศ,วิศวะคอมพิวเตอร์ หรือ สาขาที่เกี่ยวข้อง
2. มีความรู้ในการเขียน จาวา บน Eclipse และ สามารถเขียน Application บน Android ได้
3. สามารถใช้งาน SQLite Database บน Android ได้
4. เข้าใจหลักการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ
5. มีความรับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย สามารถทำงานเป็น Team ได้
สถานที่ปฏิบัติงานสำนักงานใหญ่ บางเขน กรุงเทพมหานคร
วิธีการสมัครสมัครด้วยตนเอง หรือ สมัครผ่านเว็บไซต์

IT Business Analyst  (1 อัตรา) 

Post Date : 19/09/2561

จำนวน1 อัตรา
เงินเดือนตามความสามารถ
รายละเอียดงาน– รวบรวมความต้องการของลูกค้าในการจัดทำระบบคอมพิวเตอร์
– สรุปลักษณะงานขอบเขตของงานที่ต้องจัดทำตามความต้องการของลูกค้า
– ตรวจสอบการออกแบบระบบเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า
– ส่งมอบงานให้ลูกค้า
คุณสมบัติ1. จบการศึกษาขั้นต่ำ ปริญญาตรี ในสาขา Computer Engineering, Computer Science, Banking, Finance
2. เข้าใจกระบวนการในการทำงานทางธุรกิจใด ๆ
3. สามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้ดี
4. ประสบการณ์ในตำแหน่ง BA อย่างน้อย 2 ปีขึ้นไป
5. มีความคิดสร้างสรรค์
6. มีความรู้ และเข้าในกระบวนการและวิธิีการ ผลิต และ ทดสอบ Software
สถานที่ปฏิบัติงานสำนักงานใหญ่ บางเขน กรุงเทพมหานคร
วิธีการสมัครสมัครด้วยตนเอง หรือ สมัครผ่านเว็บไซต์

Software Tester  (2 อัตรา) 

Post Date : 19/09/2561

จำนวน2 อัตรา
เงินเดือน12,000 บาท
รายละเอียดงาน– เป็นผู้ช่วยนักวิเคราะห์ระบบ , จัดทำเอกสารต่างๆ
คุณสมบัติ1. ชาย,หญิง อายุไม่เกิน 30 ปี ปริญญาตรี สาขาไอที
2. มีประสบการณ์จะพิจารณาเป็นพิเศษ
3. ขยัน อดทน ทำงานเป็นทีมได้
4. บุคคลิก ดี มีความรับผิดชอบสูง
สถานที่ปฏิบัติงานสำนักงานใหญ่ บางเขน กรุงเทพมหานคร
วิธีการสมัครสมัครด้วยตนเอง หรือ สมัครผ่านเว็บไซต์

Web Programmer  (2 อัตรา) 

Post Date : 19/09/2561

จำนวน2 อัตรา
เงินเดือน25,000 บาท ขึ้นไป
รายละเอียดงาน– พัฒนาเว็บด้วย PHP, MySQL, HTML5, CSS3, Ajax, Wordpress และ Javascript
– พัฒนาโปรแกรมประยุกต์บนเว็บที่โต้ตอบกับระบบ back-end (APIs)
– วิเคราะห์ระบบเพื่อหาวิธีแก้ปัญหาและทดสอบเว็บ
– ตรวจสอบความเป็นไปได้ทางเทคนิคของการออกแบบ UI / UX
– บริหารจัดการเนื้อหาเว็บ ในทันตามกำหนด coding, graphic design มีคุณภาพเหมาะสำหรับใช้งานบนเว็บไซต์
คุณสมบัติ1. ชาย,หญิง ไม่จำกัดวุฒิ
2. รักการเขียนโปรแกรม
3. มีความคิดสร้างสรรค์ ทำงานเป็นทีม อดทน ขยัน ขวนขวายหาความรู้ พัฒนาได้
4. มีความรู้ พื้นฐาน เกี่ยวกับ HTML,Java Script,CSS,XML,AJAX,JSON
สถานที่ปฏิบัติงานสำนักงานใหญ่ บางเขน กรุงเทพมหานคร
วิธีการสมัครสมัครด้วยตนเอง หรือ สมัครผ่านเว็บไซต์

WEB UI Design  (1 อัตรา) 

Post Date : 19/09/2561

จำนวน1 อัตรา
เงินเดือน20,000 บาท ขึ้นไป
รายละเอียดงาน– ทำงานร่วมกันกับทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ และ ทีมวิศวกรรม เพื่อกำหนดแนวทางและทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการออกแบบจริง
สร้าง wire-frames, storyboards, user flows, process flow, site map เพื่อถ่ายทอดแนวคิด
คุณสมบัติ1. ชาย,หญิง อายุ 25-30 ปี ไม่จำกัดวุฒิ
2. มีความคิดสร้างสรรค์
3. เคยลอง หรือ เคยทำ Flash, ทำ web มาบ้างก็ดี
4. ถ้าวาดการ์ตูนได้ด้วย ยิ่งดี และที่สำคัญ มีใจ มีไฟ
5. กรุณาส่งผลงานมาเพื่อพิจารณา จะพิจารณาเฉพาะผู้ที่ส่งผลงานเท่านั้น
สถานที่ปฏิบัติงานสำนักงานใหญ่ บางเขน กรุงเทพมหานคร
วิธีการสมัครสมัครด้วยตนเอง หรือ สมัครผ่านเว็บไซต์

Junior Programmer  (3 อัตรา) 

Post Date : 19/09/2561

จำนวน3 อัตรา
เงินเดือน20,000 บาท
รายละเอียดงาน– ออกแบบและพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์
คุณสมบัติ1. มีความรู้ในการพัฒนาด้วยระบบงานด้วย C#.NET & ASP.NET
2. มีความเข้าใจในระบบฐานข้อมูล
3. ไฟแรง รักการเรียนรู้ ชอบใฝ่หาความรู้ใหม่ ๆ อยู่เสมอ
4. กระตือรือร้น และเข้ากับบุคคลอื่นได้ดี ทำงานเป็นทีมได้ดี
5. ชอบการเขียนโปรแกรมเป็นชีวิตจิตใจ
6. เก่งไม่เก่งไม่เป็นไร ขอให้มีความตั้งใจ ขยันหมั่นเพียร
สถานที่ปฏิบัติงานสำนักงานใหญ่ บางเขน กรุงเทพมหานคร
วิธีการสมัครสมัครด้วยตนเอง หรือ สมัครผ่านเว็บไซต์
Senior C# Programmer  (2 อัตรา) 

Post Date : 19/09/2561

จำนวน2 อัตรา
เงินเดือน35,000 – 50,000 บาท
รายละเอียดงาน– ออกแบบและพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ด้วย C#
– ควบคุมดูแลการพัฒนาให้เป็นไปตามแผนงาน
คุณสมบัติ1. มีประสบการณ์ในการพัฒนาโปรแกรมด้วย C#
2. มีความเข้าใจและสามารถพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์แบบ OOP เป็นอย่างดี
3. มีความเข้าใจความสัมพันธ์ในระบบฐานข้อมูล และสามารถใช้คำสั่ง SQL ได้เป็นอย่างดี
4. มีความเข้าใจในสถาปัตยกรรม Web Technology
5. มีความเข้าใจในสถาปัตยกรรม Web Services
6. สามารถวิเคราะห์ และ แก้ไขปัญหาในการพัฒนาโปรแกรมได้อย่างรวดเร็ว
7. วางแผนการทำงานได้
8. ประสบการณ์ตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป
สถานที่ปฏิบัติงานสำนักงานใหญ่ บางเขน กรุงเทพมหานคร
วิธีการสมัครสมัครด้วยตนเอง หรือ สมัครผ่านเว็บไซต์